ทั้งเก่งทั้งเฮง! “เรือใบ” เปิดรังอัด “ปืนใหญ่” 3-1 นำฝูงลิ่ว

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2017-18 นัดที่ 11 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูง เปิดสนามเอติฮัด สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ อาร์เซน่อล

ครึ่งแรกเกมเป็นไปอย่างสนุก แต่เจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำก่อนนาที 19 จากการยิงด้วยซ้ายของ เควิน เดอ บรอยน์ ก่อนจบ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังนาที 50 เรือใบสีฟ้ามาได้ประตูที่ 2 นาโช่ มอนเรอัล ไปฟาวล์ใส่ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ในเขตโทษ เซร์คิโอ อเกวโร่ สังหารจุดโทษบอลชนเสาเข้าประตูไป

นาที 65 อาร์เซน่อลตีไข่แตกไล่มา 1-2 อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ หัวหอกตัวสำรองได้ซัดด้วยขวาในเขตโทษ บอลลอดขา เอแดร์สัน โมราเอส นายด่านเจ้าถิ่นตุงตาข่าย

นาที 74 สกอร์ขยับเป็น 3-1 ดาบิด ซิลบา ที่ยืนเหลื่อมล้ำหน้าแต่ผู้ตัดสินปล่อยให้เล่นต่อส่งบอลมาหน้าประตู กาเบรียล เชซุส กองหน้าตัวสำรองเข้าชาร์จไม่เหลือ

หมดเวลาการแข่งขัน แมนฯ ซิตี้ เปิดบ้านชนะ อาร์เซน่อล 3-1 เก็บเพิ่มเป็น 31 คะแนนนำจ่าฝูงต่อไป ส่วนปืนใหญ่รั้งอันดับ 6 มี 19 คะแนนเท่าเดิม

วินเทอร์เบิร์นชี้ซีซั่นนี้ปืนใหญ่ต้องมีแชมป์

ในเจล

ไนเจล วินเทอร์เบิร์น ตำนาน อาร์เซน่อล ชี้ซีซั่นนี้ “ไอ้ปืนใหญ่” จะไม่ล้มเหลว หากมีถ้วยแชมป์สักรายการ ระบุแค่การติดท็อปโฟร์ยังไม่เพียงพอ

royal1688    อาร์เซน่อล ซึ่งมีโปรแกรมบุกไปเยือน วัตฟอร์ด วันเสาร์ที่ 14 ตุลาคมนี้ ไม่ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก มาตั้งแต่ปี 2004 แล้ว ซึ่ง วินเทอร์เบิร์น มองว่า แค่การติดกลุ่มสี่อันดับแรกในฤดูกาลนี้เพียงอย่างเดียว ถือเป็นความล้มเหลวสำหรับทีมของกุนซือ อาร์แซน เวนเกอร์ อย่างสิ้นเชิง

“สมัยที่ผมเล่น เป้าหมายของเราคือการคว้าแชมป์ให้ได้มากที่สุดในแต่ละฤดูกาล การติดท็อปโฟร์ถือเป็นความสำเร็จระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่ความสำเร็จเหมือนได้ถ้วยแชมป์ การติดท็อปโฟร์ทำให้คุณได้กลับไปเตะ แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ อาร์เซน่อล จำเป็นต้องทำให้ได้ การเล่นกับสโมสรใหญ่ๆ แบบนี้ คุณจะถูกตัดสินด้วยความสำเร็จ” ตำนาน อาร์เซน่อล วัย 53 กะรัต กล่าว

“อาร์เซนอล” ถล่ม “เบนฟิกา” 5-2

Gclub

ศึกลูกหนังรายการพิเศษ เอมิเรตส์ คัพ 2017 ที่สนามเอมิเตส์ สเตเดี้ยม กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อาร์เซนอล ทีมเจ้าถิ่น ไม่ทำให้cแฟนบอล ต้องผิดหวัง

หลังไล่ถล่ม เบนฟิกา จากโปรตุเกส ยับเยิน 5-2 เก็บ 3 คะแนนเต็มเข้ากระเป๋าได้สำเร็จ โดย “ปืนใหญ่” ได้ประตูจาก ธีโอ วัลคอตต์ นาทีที่ 24 กับ 32, ลิซานโดร โลเปซ นาทีที่ 52 (ทำเข้าประตูตัวเอง), โอลิวิเยร์ ชิรูด์ นาทีที่ 64 และอเล็กซ์ อิโวบี นาทีที่ 70

ส่วน เบนฟิกา แก้คืนได้จาก ฟรานโก แชร์วี นาทีที่ 11 และเอดูอาร์โด ซัลวิโอ นาทีที่ 39

ขอบคุณที่มา : BangkokBizNews